ปภ.รายงานน้ำท่วมขังใน 3 จังหวัด - เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เวลา 09.00 น. วันที่ 13 ม.ค. 64 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำไหลหลากน้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรงในพื้นที่ 4 จังหวัด 32 อำเภอ 193 ตำบล 1,047 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 68,315 ครัวเรือน จุดอพยพ 3 จุด ผู้อพยพ 361 คน ผู้เสียชีวิต 4 ราย ผู้บาดเจ็บ 3 ราย ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังใน 3 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ซึ่ง ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ โดยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมและสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ

 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรงประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งสหพันธรัฐมาเลเซีย ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2564 - ปัจจุบัน (13 มกราคม 2564 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และดินสไลด์ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ยะลา นราธิวาส และปัตตานี รวม 32 อำเภอ 193 ตำบล 1,047 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 68,315 ครัวเรือน จุดอพยพ 3 จุด ผู้อพยพ 361 คน (นราธิวาส 1 จุด ยะลา 2 จุด) ผู้เสียชีวิต 4 ราย (ยะลา 2 ราย สงขลา 1 ราย ปัตตานี 1 ราย) ผู้บาดเจ็บ 3 ราย (สงขลา 2 ราย ปัตตานี 1 ราย)

 

ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก 3 จังหวัด รวม 7 อำเภอ 38 ตำบล 128 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,207 ครัวเรือน ดังนี้

นราธิวาส น้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก รวม 4 ตำบล 19 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,208 ครัวเรือน

ยะลา น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยะลา และอำเภอเบตง รวม 6 ตำบล 7 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,562 ครัวเรือน

ปัตตานี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอแม่ลาน อำเภอหนองจิก และอำเภอยะรัง รวม 28 ตำบล 102 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,437 หมู่บ้าน

 

ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยทั้ง 3 จังหวัด ระดับน้ำลดลง

 

ซึ่ง ปภ. ได้ร่วมกับจังหวัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยระดมเครื่องจักรกลและเครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำและให้การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่และประเมินความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 

เครดิต : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย