สทนช. หวั่นพื้นที่ภาคใต้ 6 จว. เสี่ยงขาดแคลนน้ำทำการเกษตร

ภาคใต้ 6 จังหวัด เสี่ยงขาดแคลนน้ำภาคการเกษตร ขณะที่แม่น้ำสายหลักในภาคเหนือและภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย

วันที่ 14 มกราคม 2563 กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำภาคการเกษตรเพิ่มเติมในพื้นที่ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ จ.สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา สตูล พัทลุง และภูเก็ต ภายหลังลงพื้นที่ติดตามโครงการศึกษาการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา รวมทั้งการติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากปริมาณน้ำฝนสะสมปี 2562 เทียบกับค่าเฉลี่ยที่มีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 20%

สถานการณ์แม่น้ำสายหลัก ภาพรวมระดับอยู่ในเกณฑ์น้อยและต้องเฝ้าระวังคุณภาพน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่แม่น้ำสายหลักในภาคเหนือและภาคตะวันออก ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ส่วนแม่น้ำโขง ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ต่ำกว่าระดับน้ำต่ำสุดในปี 2535 แนวโน้มระดับน้ำแม่น้ำโขง ตั้งแต่ จ.เชียงราย ถึง จ.อุบลราชธานี มีแนวโน้มลดลง เว้น จ.มุกดาหาร มีแนวโน้มทรงตัว

ขณะที่กรมชลประทาน รายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดย 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้น 10,789 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 43 (ปริมาณน้ำใช้การได้ 4,093 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 23) ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จำนวน 2.82 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย จำนวน 17.84 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 14,082 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำ 5,451 ล้าน ลบ.ม. (40% ของความจุอ่างฯ) น้ำใช้การได้ 1,651 ล้าน ลบ.ม. ไหลลงอ่างฯ 0.10 ล้าน ลบ.ม. ระบาย 7.00 ล้าน ลบ.ม. รับน้ำได้อีก 8,011 ล้าน ลบ.ม.
เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำ 4,711 ล้าน ลบ.ม. (50% ของความจุอ่างฯ) น้ำใช้การได้ 1,861 ล้าน ลบ.ม. ไหลลงอ่างฯ 2.65 ล้าน ลบ.ม. ระบาย 9.28 ล้าน ลบ.ม. รับน้ำได้อีก 4,799 ล้าน ลบ.ม.
เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปริมาณน้ำ 413 ล้าน ลบ.ม. (44% ของความจุอ่างฯ) น้ำใช้การได้ 370 ล้าน ลบ.ม. ไหลลงอ่างฯ 0.07 ล้าน ลบ.ม.ระบาย 1.12 ล้าน ลบ.ม. รับน้ำได้อีก 526 ล้าน ลบ.ม.
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำ 214 ล้าน ลบ.ม. (22% ของความจุอ่างฯ) น้ำใช้การได้ 211 ล้าน ลบ.ม. ไหลลงอ่างฯ 0.00 ล้าน ลบ.ม. ระบาย 0.44 ล้าน ลบ.ม. รับน้ำได้อีก 746 ล้าน ลบ.ม.

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวไทยพีบีเอส