มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด มอบรางวัลเกษตรกรปีที่ 11

มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด มอบรางวัลเกษตรกรปีที่ 11 หนุนสร้าง “เกษตรกรรุ่นใหม่ ใส่ใจผู้บริโภค” สร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม


นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด กล่าวว่า การจัดงานมอบรางวัลเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดประจำปี 2562 ถือเป็นปีที่ 11 ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มต้นในปี 2551 ตามแนวทางศาสตร์พระราชา ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อค้นหาปราชญ์เกษตร ในท้องถิ่นต่างๆไปจนถึงการพัฒนาด้านการตลาดสู่การค้าออนไลน์ และรูปแบบการเกษตรครบวงจร จนมาถึงปัจจุบันเข้าสู่รูปแบบ เกษตรกรยุค 4.0 ที่สามารถปรับตัวได้ทันตามกระแสของยุคสมัยที่เปลี่ยนไป นำไปสู่การแบ่งปันความรู้ในด้านต่างๆของภาคการเกษตร และนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ปรับใช้ให้เหมาะสม โดยปีนี้การมอบรางวัลเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด มุ่งเน้นเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารพิษ เพื่อสุขภาพ รวมทั้งยังเป็นการยกระดับคุณภาพสินค้า เพิ่มมูลค่าทางตลาดได้อีกช่องทาง เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ในปีนี้ทาง ดีแทค ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร ในการกระจายข้อมูลผ่านระบบโทรคมนาคมไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดให้มีความทั่วถึงเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้ง่ายขึ้น

 

 

ด้าน นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมู นิเคชั่น จำกัด มหาชน หรือ ดีแทค กล่าวว่า ปัจจุบันมีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการอาหารเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งการจัดสรรเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการถือเป็นสิ่งที่สำคัญ และการก้าวเข้าสู่โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยจะทำให้การบริหารง่ายขึ้น และมีความยั่งยืน รวมทั้งเกษตรกรรุ่นใหม่ควรจะนำมาใช้ในการพัฒนาการทำเกษตร ซึ่งทางดีแทคพร้อมพัฒนาแอพพลิเคชั่น รองรับการทำงานของเกษตรกรในอนาคต เพื่อความยั่งยืน

 

 

ทั้งนี้ ผู้ได้รับมอบรางวัล เกษตรกร สำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี 2562 ได้แก่ นายปรีชา หงอกสิมมา จ.ขอนแก่น เกษตรกรผู้ผลิตพืชผักและสมุนไพรอินทรีย์ภายใต้แบรนด์ “WANAPHANW” (วรพรรณ) , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 นายโกสินธุ์ สุวรรณภักดี จ.มหาสารคาม ผู้คิดค้น ต่อยอด สร้างมูลค่าสินค้าเกษตรอินทรีย์ “กล้วยเสียบตอก” , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 นางกล้วย ดวงคำ จ.อุดรธานี ผู้นำกลุ่มนาข้าวอินทรีย์ ส่งไปจำหน่ายในต่างประเทศในนาม “ข้าวอินทรีย์บ้านเชียงเพ็ง