Untitled Document

  ร่วมด้วยช่วยกัน 1677 เชียงราย l พิษณุโลก  l จันทบุรี  l ชัยนาท  l สระบุรี  นครราชสีมา  l ขอนแก่น  l  อุบลราชธานี  l ชุมพร  นครศรีธรรมราช

ปลูกมะนาวหน้าแล้งในบ่อซีเมนต์  

    
  รายละเอียดข่าว :
 

วันที่ 23 เมษายน 2551 

ฟาร์มเทิดไท กับแปลงเรียนรู้การผลิตมะนาวฤดูแล้งในวงบ่อซีเมนต์

"มะนาว" จัดเป็นเครื่องปรุงรสที่เคียงคู่ครัวไทยมาทุกยุคทุกสมัย นอกจากจะให้รสเปรี้ยวแล้ว มะนาวยังให้ความหอมซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในช่วงที่มะนาวมีราคาแพง ผู้เกี่ยวข้องหลายท่านมักจะออกมาแนะนำให้ผู้บริโภคใช้เครื่องปรุงชนิดอื่นที่มีความเปรี้ยวมาประกอบอาหารแทน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีเครื่องปรุงชนิดไหนมาทดแทนรสชาติของมะนาวได้ ยิ่งได้สอบถามไปยังแม่ครัวที่ปรุงอาหารทั้งหลายต่างก็ได้คำตอบเดียวกันว่า "ถ้าจะทำอาหารไทยให้อร่อยจะต้องใช้มะนาวแท้ๆ เท่านั้น จะใช้อย่างอื่นแทนไม่ได้ เนื่องจากอย่างอื่นจะแทนได้เฉพาะความเปรี้ยว แต่ความหอมแทนกันไม่ได้" ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไม มะนาวแพงคนไทยยังต้องซื้อมาบริโภค ความจริงผู้บริโภคควรจะเห็นใจเกษตรกรผู้ปลูกมะนาว เนื่องจากจะขายผลผลิตได้ราคาดีเฉพาะในช่วงฤดูแล้งเท่านั้น และในการบังคับให้มะนาวออกฤดูแล้งจะต้องมีการใช้เทคโนโลยีและต้นทุนในการผลิตสูง

ที่ "ฟาร์มเทิดไท" อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ของ รมต.อนงค์วรรณ เทพสุทิน นับเป็นฟาร์มภาคเอกชนอีกแห่งหนึ่งที่เปิดบริการให้เกษตรกรผู้สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ศึกษาและดูงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการทำสวนผลไม้หลากหลายชนิด อาทิ ลำไยพันธุ์เพชรลำพูน มะม่วง มะปรางหวาน มะยงชิดพันธุ์ดี แก้วมังกร ละมุด ขนุน ลิ้นจี่ มะขามเปรี้ยว ฝรั่ง ทับทิม กล้วย ฯลฯ นอกจากนั้น ยังมีการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ จำนวน 400 บ่อ ที่ได้ใช้เทคโนโลยีในการบังคับให้ออกฤดูแล้งได้แล้วในขณะนี้ เกษตรกรและผู้สนใจติดต่อขอเข้าดูงานได้โดยตรงที่ คุณสุมาลี เทพสุทิน โทร. (081) 973-8131

ในการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ นอกจากจะเป็นการทำเกษตรกรรมที่ใช้เนื้อที่ไม่มาก ยังทำเป็นอาชีพหลักหรือปลูกเป็นอาชีพเสริมหรือปลูกเพื่อใช้บริโภคในครัวเรือนได้ ในเมืองใหญ่ที่ไม่มีเนื้อที่ทางการเกษตรจะปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์บนดาดฟ้าก็ได้ เพียงแต่สถานที่ปลูกจะต้องได้รับแสงแดดตลอดทั้งวันเท่านั้น และวัสดุปลูกจะต้องเน้นในเรื่องของการระบายน้ำที่ดี ต้นทุนในการซื้อวงบ่อซีเมนต์พร้อมฝารองวงบ่อ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร ราคาชุดละประมาณ 200 บาทเท่านั้น สำหรับสายพันธุ์มะนาวที่จะเลือกปลูก ถ้าจะปลูกในเชิงพาณิชย์ควรเลือกปลูกพันธุ์ที่ตลาดมีความต้องการ เช่น พันธุ์แป้นรำไพ พันธุ์แป้นดกพิเศษ ฯลฯ



"ฟาร์มเทิดไท" ปลูกมะนาว

ในวงบ่อซีเมนต์ตามหลักวิชาการเกษตร

จากการสอบถาม คุณนรินทร์ พูลเพิ่ม ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการจัดการการผลิตพืชที่เหมาะสมในเขตภาคเหนือตอนล่าง ศวพ.2 พิษณุโลก ซึ่งเป็นนักวิชาการเกษตรท่านแรกที่คิดค้นการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ และเป็นผู้ให้คำแนะนำในเรื่องการปลูกและการดูแลรักษาตามหลักวิชาการให้กับฟาร์มเทิดไท สำหรับสายพันธุ์มะนาวที่ฟาร์มเทิดไทเลือกปลูกในวงบ่อซีเมนต์นั้น ใช้พันธุ์พิจิตร 1 จำนวน 200 วงบ่อ และพันธุ์ตาฮิติ จำนวน 200 วงบ่อ



หลักการสำคัญในการบังคับมะนาว

ออกฤดูแล้งในวงบ่อซีเมนต์

คุณนรินทร์ ได้อธิบายหลักการสำคัญของการผลิตมะนาวฤดูแล้งว่า โดยทั่วๆ ไป มะนาวจัดเป็นไม้ผลที่สามารถออกดอกและติดผลได้ตลอดทั้งปี ในธรรมชาติช่วงเวลาที่มะนาวจะออกดอกและติดผลมากที่สุดคือ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ซึ่งมะนาวที่ออกดอกและติดผลในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นผลผลิตจะแก่และเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลที่ผลผลิตมะนาวออกสู่ตลาดมากที่สุด มีผลทำให้มะนาวมีราคาต่ำมาก บางปีราคาตกมาถึงผลละ 25 สตางค์ ก็เคยมี ขายกันเป็นร้อยในขณะที่ช่วงฤดูแล้งตั้งแต่เดือนมกราคมเรื่อยมาจนถึงเดือนมีนาคมและเมษายนจะมีผลผลิตมะนาวออกสู่ตลาดน้อยมาก ทำให้ราคาสูง บางปีผู้บริโภคจะต้องซื้อมะนาวผลละ 5 บาท

จากการศึกษาในเรื่องของการออกดอกติดผลของมะนาวในแต่ละสายพันธุ์ของศูนย์วิจัยพืชสวนพิจิตร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้โดยตรง พบว่าระยะเวลาตั้งแต่ต้นมะนาวออกดอกจนถึงช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต จะใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน และยังพบอีกว่าต้นมะนาวจะออกดอกติดผลได้ผลดีหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์มะนาวแต่เพียงอย่างเดียว ยังมีปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน อาทิ ปุ๋ย แสงแดด และความสมบูรณ์ของต้น เป็นต้น "น้ำ" นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการออกดอกของต้นมะนาว ต้นมะนาวจะออกดอกและติดผลได้ดีนั้นจะต้องผ่านช่วงเวลาในการขาดน้ำมาระยะเวลาหนึ่ง สังเกตที่ใบมะนาวจะเหี่ยวหรือในบางสายพันธุ์ถึงกลับร่วงเมื่อขาดน้ำ เมื่อต้นมะนาวได้รับน้ำอีกครั้ง ต้นมะนาวจะมีการออกดอกและติดผล

ดังนั้น เกษตรกรผู้ปลูกมะนาวมีความต้องการที่จะให้ผลผลิตมะนาวแก่และเก็บเกี่ยวได้ในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน จะต้องค้นหาวิธีการบังคับให้ต้นมะนาวออกดอกให้ได้ในช่วงระหว่างเดือนกันยายน-พฤศจิกายน ของทุกปี แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวเกษตรกรที่ปลูกมะนาวลงดินโดยตรงหรือปลูกเป็นแปลงจะควบคุมเรื่องน้ำไม่ได้ การบังคับมะนาวให้ออกดอกจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากตามมาด้วย คุณนรินทร์จึงได้ค้นคิดวิธีการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ขึ้นมา โดยที่เกษตรกรสามารถควบคุมดินที่ปลูกมะนาวให้ขาดน้ำได้ เพียงแต่ผู้ปลูกงดการให้น้ำแล้ว นำผ้าพลาสติคกันฝนมาคลุมปากวงบ่อและปิดบริเวณโคนต้นมะนาวป้องกันไม่ให้น้ำซึมลงไปในดินที่ปลูกในวงบ่อได้ หลังจากนั้น ให้ใช้เชือกฟางมัดพลาสติคยึดติดกับโคนต้นและมัดพลาสติคกับปากวงบ่อเป็นเวลานาน ประมาณ 15-30 วัน ในช่วงเวลานั้นต้นมะนาวที่ปลูกในวงบ่อซีเมนต์จะแสดงอาการขาดน้ำจนใบเริ่มเหี่ยวหรือมีใบร่วง เปิดผ้าพลาสติคที่คลุมปากวงบ่อซีเมนต์ออกและเริ่มให้น้ำเต็มที่ ต้นมะนาวในวงบ่อซีเมนต์จะมีการออกดอกและติดผลจำนวนมาก และเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงฤดูแล้ง คุณนรินทร์ย้ำว่า วิธีการบังคับมะนาวให้ออกฤดูแล้งในวงบ่อซีเมนต์ไม่ต้องมีการใช้สารแพคโคลบิวทราโซลราดหรือฉีดพ่นเพื่อยับยั้งการแตกใบอ่อนหรือไม่จำเป็นจะต้องใช้วิธีการควั่นกิ่ง จากการทดลองการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ คุณนรินทร์ย้ำว่ามะนาวทุกสายพันธุ์ปลูกและบังคับให้ออกฤดูแล้งได้ และเป็นการประหยัดต้นทุนในเรื่องของสารเคมีได้มากระดับหนึ่ง



การค้ำกิ่งเป็นเรื่องสำคัญ

ของการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์

ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่สำคัญของการดูแลรักษาการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ โดยเฉพาะในเรื่องของการค้ำกิ่ง เนื่องจากวิธีการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์จัดเป็นการปลูกพืชในพื้นที่จำกัด ดังนั้น ช่วงที่ต้นมะนาวติดผลเป็นจำนวนมากอาจจะพบปัญหาในเรื่องของการโค่นล้มของต้นหรือกิ่งฉีกหักได้ง่าย เกษตรกรจะต้องเตรียมการในเรื่องของการค้ำกิ่งหรือจะทำเป็นคอกสี่เหลี่ย สามเหลี่ยม หรือจะใช้ไม้ง่ามค้ำรอบต้น เมื่อผลมะนาวในวงบ่อซีเมนต์เริ่มแก่และพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตจะต้องรีบเก็บจำหน่าย ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้บนต้น จะทำให้ต้นโทรมได้เร็วขึ้น เนื่องจากรากต้นมะนาวอยู่ในบริเวณที่จำกัด ไม่เหมือนกับต้นมะนาวที่ปลูกลงดิน



ปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ไว้บริโภคในครัวเรือน

ควรปลูกพันธุ์แป้นรำไพและแป้นดกพิเศษ

สำหรับประชาชนที่จะปลูกมะนาวเพื่อใช้บริโภคในครัวเรือน 1-3 วงบ่อซีเมนต์ ควรจะเลือกปลูกพันธุ์แป้นรำไพหรือพันธุ์ใหม่คือ พันธุ์แป้นดกพิเศษ โดยเฉพาะพันธุ์แป้นดกพิเศษจะมีความดกมากและติดผลเป็นพวง ที่สำคัญรสชาติของพันธุ์แป้นรำไพและพันธุ์แป้นดกพิเศษมีรสชาติถูกใจคนไทย สำหรับกิ่งพันธุ์ที่ใช้ปลูกในวงบ่อซีเมนต์ ถ้าเลือกใช้ "กิ่งตอน" ต้นมะนาวจะเจริญเติบโตค่อนข้างรวดเร็ว ติดผลเร็ว และให้ผลผลิตดก แต่มีข้อเสียตรงที่ระบบรากจะไม่ค่อยแข็งแรง เมื่อปลูกไปนานปีต้นจะทรุดโทรมเร็ว ในขณะที่คนเลือกกิ่งพันธุ์ต่อยอดบนต้นตอมะนาวพวงมาปลูก อาจจะพบการเจริญเติบโตช้าในช่วงแรก และให้ผลผลิตช้ากว่ากิ่งตอน แต่เมื่อต้นตั้งตัวได้แล้วต้นจะแข็งแรงและค่อนข้างทนทานต่อโรค ที่สำคัญกิ่งต่อยอดทนต่อสภาพแล้งได้ดีกว่ากิ่งตอน



แมลงที่สำคัญของการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์

ในการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ "หนอนชอนใบ" และ "เพลี้ยไฟ" จัดเป็นแมลงที่พบการระบาดทำลายมากที่สุด โดยแมลงทั้ง 2 ชนิด มักจะพบการทำลายในช่วงแตกใบอ่อน (หนอนชอนใบจะระบาดทำลายในช่วงแตกใบอ่อน ส่วนเพลี้ยไฟทำลายทั้งใบอ่อนและช่วงออกดอกติดผล) ในช่วงที่ต้นมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ออกใบอ่อนหรือออกใบอ่อนพร้อมดอก ควรเลือกฉีดพ่นสารโปรวาโด อัตรา 1 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร (1 ปี๊บ) จะป้องกันและกำจัดหนอนชอนใบได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าป้องกันและกำจัดเพลี้ยไฟ ควรจะเพิ่มอัตราการใช้สารโปรวาโด จาก 1 กรัม เป็น 2-3 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น แต่ถ้าพบการระบาดของเพลี้ยไฟที่รุนแรงแนะนำให้เติมสารโฟลิเทคลงไปด้วย สำหรับปัญหาการระบาดของ "ไรแดง" แนะนำให้มีการฉีดพ่นสาร "โอเบรอน" เป็นสารฆ่าไรชนิดใหม่ที่ป้องกันและกำจัดไรแดงได้นานวัน

สรุปข้อดี 3 ประการ ของการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์คือ สามารถบังคับให้ต้นมะนาวออกดอกได้ตามที่เราต้องการเกือบ 100% หรืออาจจะกล่าวได้ว่ามีความแน่นอนกว่าวิธีการอื่นๆ การปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์จะใช้เนื้อที่น้อย เหมาะที่จะเป็นอาชีพเสริมหรือปลูกบนดาดฟ้า เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือนได้ และประการสุดท้าย เมื่อได้คำนวณถึงต้นทุนในการผลิตจะสูงในช่วงแรกเท่านั้น คือ การจัดซื้อวงบ่อซีเมนต์และฐานรองบ่อ แต่ต้นทุนในการใช้สารปราบศัตรูพืชน้อยกว่าที่ปลูกในภสาพสวนหรือสภาพไร่



หนังสือ "เทคนิคการผลิตมะนาวฤดูแล้งในวงบ่อซีเมนต์" พิมพ์ 4 สี มีแจกฟรีพร้อมกับหนังสือ "ไม้ผลแปลกและหายาก" รวม 164 หน้า เกษตรกรและผู้สนใจเขียนจดหมายสอดแสตมป์ จำนวน 50 บาท ส่งมาขอที่ ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร เลขที่ 2/200 ถนนศรีมาลา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000 โทร. (056) 613-021, (056) 650-145 และ (081) 886-7398