เครือข่ายวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน


ชวน "เด็กรุ่นใหม่" เรียนรู้การทำนา

ที่บ้านหนองบัวฮี ต.หนองบัวฮี อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เป็นอีกชุมชนหนึ่งซึ่งประชากรมีอาชีพทำนาและได้รับผลกระทบดังกล่าว จนเป็นบ่อเกิดของกิจกรรรม “การสืบสานปณิธานชาวนาทฤษฎีใหม่” ที่จัดกระบวนการเรียนรู้ในเรื่องของการเกษตรทฤษฎีใหม่ ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และภาคภูมิใจในวิถีของบรรพบุรุษ โดยนำเรื่องของ “พันธุ์ข้าวพื้นเมือง” มาใช้ขยายผลแนวคิดของการพึ่งพาตนเองอย่างพอเพียง ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.
นายคิด แก้วคำชาติ ผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายเยาวชนสืบสานภูมิปัญญา เล่าว่า กิจกรรมนี้ได้นำเรื่องของการปลูกข้าวทฤษฎีใหม่ที่ลงทุนน้อยแต่ได้ผลผลิตสูง ซึ่งมีความแตกต่างจากรูปแบบการทำนาของชุมชนที่พวกเขาคุ้นเคย มาสร้างความท้าทายและดึงดูดความสนใจให้แก่เด็กๆ ผ่านกระบวนการทำนาทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมดินไปจนถึงการเก็บเกี่ยว แล้วนำมาวิเคราะห์ผลที่ได้ และเก็บข้อมูลการทำนารูปแบบใหม่เพื่อเปรียบเทียบผลที่ได้และค่าใช้จ่ายของการทำนาในปัจจุบัน
“แนวคิดเรื่องการปลูกข้าวทฤษฎีใหม่ เริ่มตั้งแต่การแกะเมล็ดข้าวเพื่อคัดเลือกพันธุ์แล้วนำไปปลูก ต่อด้วยการเช็กต้นข้าว นับต้นข้าว การแตกกอ แล้ววิเคราะห์หาสาเหตุร่วมกันกับความแตกต่างที่เกิดขึ้น ซึ่งเราใช้ข้าวพื้นบ้าน 3 สายพันธุ์มาให้เด็กได้เรียนรู้ ซึ่งเป้าหมายของกิจกรรมก็คือ ต้องการให้เด็กเป็นคนสร้างการเปลี่ยนแปลงแนวคิดการปลูกข้าวของชุมชน โดยเริ่มต้นจากครอบครัวด้วยการให้เด็กไปขอที่นาแปลงเล็กๆ เพื่อให้พ่อแม่เห็นว่าการปลูกข้าวแบบไม่ใช้ปุ๋ยและยา ผลผลิตที่ได้ก็ออกมาดีเหมือนกันขณะที่ต้นทุนถูกกว่า” ผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายเยาวชนฯ กล่าว
ด้าน นายสุรพงษ์ ด้วงทอง ผอ.โรงเรียนหนองบัวฮีวิทยาคม กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นการปลูกจิตสำนักให้แก่เด็กๆ ในเรื่องการดำรงชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งการที่เด็กได้เรียนรู้การทำนาแบบเกษตรทฤษฎใหม่ จะส่งผลดีต่อตัวเองและครอบครัวในอนาคต เพราะเป็นหลักที่จะช่วยให้เด็กๆ สามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียง และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
ในขณะที่ "น้องต้น" ชาญยุทธ ดุจดา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนหนองบัวฮีวิทยาคม เล่าถึงความแตกต่างระหว่างการทำนาที่บ้านกับที่แปลงนาสาธิตของโรงเรียนว่า ที่บ้านจะใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าหญ้า แต่นาของโรงเรียนใช้ปุ๋ยชีวภาพที่ทำขึ้นมาใช้เอง และใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นบ้านที่ขยายพันธุ์เก็บไว้ใช้เอง ความแตกต่างที่เห็นชัดเจน คือ ข้าวที่โรงเรียนจะมีขนาดเมล็ดที่ใหญ่และมีจำนวนเมล็ดต่อรวงมากกว่า ทั้งค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามากด้วย
ส่วน วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้จัดการแผนงานฐานทรัพยากรอาหาร สสส. เผยว่า ถ้าเยาวชนมีโอกาสเรียนรู้อาชีพทำนาก็จะได้เห็นถึงคุณค่าของการทำงานที่มากกว่าเรื่องของการแสวงหาเงินตรา เพราะข้าวเป็นเรื่องของวิถีชีวิต ได้เรียนรู้ในอาชีพที่เป็นมรดกของปู่ย่าตายาย ได้รับการถ่ายทอดทักษะภูมิปัญญาแง่มุมต่างๆ ในด้านของจิตใจ จนเกิดความภาคภูมิใจที่จะมาสืบทอดอาชีพมีเกียรตินี้ต่อไป

ข้อมูลจาก คมชัดลึก


ข่าวอื่นๆ
  5 มิถุนายน "วันสิ่งแวดล้อมโลก"
  31 พฤษภาคม "วันงดสูบุหรี่โลก"
  บก.จร. เตรียมออกคู่มือตั้งด่านแก้ปัญหาตำรวจเรียกรับเงิน
  วันวิสาขบูชา
  ไข้เลือดออกระบาดหนัก ล่าสุดพบผู้ป่วยใหม่สัปดาห์ละกว่า 2 พันราย ยอดเสียชีวิต 36 ราย
ยังไม่มีความเห็นในหัวข้อข่าวนี้ค่ะ


แสดงความเห็นกับข่าว/ประกาศนี้
ชื่อ 
ความคิดเห็น 
Security Code **    ใส่รหัสตามที่ปรากฏที่ภาพด้านข้าง
  (อักษรตัวเล็ก ตัวใหญ่ไม่เหมือนกันนะคะ ถ้าไม่ชัดเจนกดปุ่ม F5 ก่อนพิมพ์ข้อความ )
รูปแบบพิเศษ 
ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
 
  
 

ลิขสิทธิ์ 2006 สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม Email:
  admin@rakbankerd.com