Untitled Document

  ร่วมด้วยช่วยกัน 1677 เชียงราย l พิษณุโลก  l จันทบุรี  l ชัยนาท  l สระบุรี  นครราชสีมา  l ขอนแก่น  l  อุบลราชธานี  l ชุมพร  นครศรีธรรมราช

การปลูกถั่วเขียว  

    
  รายละเอียดข่าว :
 

วันที่ 03 สิงหาคม 2551 

ถั่วเขียวเป็นพืชไร่ทนแล้งใช้น้ำน้อยกว่าข้าวนาปรังถึง 5 เท่า อายุสั้นเพียง 65-70 วัน ปลูกได้ทุกภาคของประเทศ ปลูกได้ตลอดปี ในดินแทบทุกชนิด นอกจากนั้นยังเป็นพืชบำรุงดิน โดยปริมาณไนโตรเจนที่ทิ้งไว้ในดินประมาณ 7-9 กิโลกรัม/ไร่/ฤดูปลูก
พันธุ์
ตัวอย่างพันธุ์ที่แนะนำให้เกษตรกรปลูก ได้แก่
ชัยนาท 36 อายุ 67 วัน ขนาดเมล็ดใหญ่ที่สุด เมล็ดสีเขียวมัน ทนทานดินด่าง ผลผลิตเฉลี่ย 216 กิโลกรัม/ไร่
ชัยนาท 72 อายุ 63 วัน เมล็ดสีเขียวมัน ทนทานดินด่าง ต้านทานหนอนแมลงวันเจาะลำต้นปานกลาง ผลผลิตประมาณ
244-230 กิโลกรัม/ไร่
มทส. 1 อายุ 65-70 วัน ฝักมีลักษณะคล้ายหวี ชูเหนือทรงพุ่ม ไม่มีขน เก็บเกี่ยวง่าย ฝักไม่แตกง่าย ฝักรุ่น 1 และรุ่น 2
สามารถรอเก็บเกี่ยวพร้อมกันได้ ผลผลิตเฉลี่ย 220 กิโลกรัม/ไร่
การปลูก
การเตรียมดิน
ถ้าดินทราย หรือดินร่วนทราย เกษตรกรหว่านเมล็ดและไถกลบไปได้เลย โดยไม่ต้องไถดะเตรียมดินก่อน แต่ถ้าเป็น
ดินเหนียวโดยทั่วไปจะไถดะ 1-2 ครั้ง และไถแปร 1 ครั้ง
การปลูกและอัตราปลูก
อัตราปลูก 5-7 กิโลกรัม/ไร่ ก่อนปลูกควรทดสอบความงอกของเมล็ดพันธุ์ก่อน ความงอกไม่ต่ำกว่า 80%
วิธีปลูก ทำได้หลายวิธี เช่น
การหว่าน ควรย่อยหน้าดินให้ดีก่อนปลูกและหว่านให้สม่ำเสมอ
โรยเป็นแถว ระยะห่างระหว่างแถว 50 เซนติเมตร โดยให้มีจำนวนต้นประมาณ 15-20 ต้น ต่อแถวยาว 1 เมตร
หยอดหลุม ระยะระหว่างหลุม 50 x 20 เซนติเมตร จำนวนเมล็ดต่อหลุม 3-4 เมล็ด
การดูแลรักษา
การให้น้ำ
ถั่วเขียวใช้น้ำน้อย ปลูกโดยอาศัยความชื้นที่หลงเหลืออยู่ในดินหลังปลูกพืชหลัก โดยไม่มีการให้น้ำ แต่ในกรณีที่ปลูกในที่
แห้งแล้งจะมีการให้น้ำหลังงอก
การคลุกเชื้อไรโซเบียม ถ้าดินในบริเวณนั้นไม่เคยปลูกถั่วเขียวมาก่อนเลย เกษตรกรควรคลุกเชื้อไรโซเบียมก่อนปลูก
อัตราที่ใช้คือเชื้อไรโซเบียม 1 ถุง (200 กรัม) ต่อเมล็ดถั่วเขียวที่ใช้ปลูก 1 ไร่
การใส่ปุ๋ย
ถ้าปลูกถั่วเขียวตามหลังพืชอื่น เช่น ข้าว ข้าวโพด เป็นต้น ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเคมีให้กับถั่วเขียวอีก เพราะถั่วเขียวสามารถ
ใช้ปุ๋ยเคมีที่ตกค้างจากพืชก่อน และสามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศมาใช้ประโยชน์ได้
ในกรณีที่ดินเป็นกรวดควรใส่ปูนขาว หรือปุ๋ยหินฟอสเฟต อัตราประมาณ 80-100 กิโลกรัม/ไร่ โดยหว่าน และคลุกเคล้าลง
ในดินก่อนปลูก
การป้องกันกำจัดศัตรูพืช
วัชพืช การกำจัดวัชพืช ทำได้ทั้งการใช้แรงงาน เครื่องทุ่นแรง และสารเคมี กำจัดวัชพืชก่อนงอกและหลังงอก การใช้
แรงงานหรือเครื่องทุ่นแรงกำจัดวัชพืชในแปลง ควรทำก่อนต้นถั่วเขียวออกดอก และติดฝัก เพื่อป้องกันการสูญเสีย
ผลผลิตจากการเหยียบย่ำ
โรค โรคที่สำคัญ ได้แก่ ราแป้ง โรครากและโคนเน่า โรคใบจุดสีน้ำตาล และโรคเน่าดำ ซึ่งเกิดจากเชื้อรา ป้องกันกำจัด
โดยคลุกเมล็ดด้วยสารเคมีป้องกันรา เช่น เบนโนมิล (เบนเลท 50% WP) หรือไทโอฟาเนทเมธาธิล (ท็อปซินเอ็ม 75% WP)
อัตราการใช้ ขึ้นอยู่กับชนิดและโรค โดยดูตามคำแนะนำข้างกล่อง
แมลงศัตรูพืช ที่สำคัญมี 4 ชนิด ได้แก่ หนอนเจาะฝัก หนอนกระทู้ผัก เพลี้ยไฟ และไรขาว การป้องกันกำจัดโดยใช้สารเคมี
ประเภทดูดซึม เช่น ไตรอะโซฟอส
การเก็บเกี่ยว
อายุเก็บเกี่ยวถั่วเขียวประมาณ 60-70 วัน ขึ้นอยู่กับต้นพันธุ์
พันธุ์แนะนำจะสามารถเก็บเกี่ยวประมาณ 1-2 ครั้ง
การนวดใช้เครื่องนวดพืชไร่ที่มีตระแกรงและปรับจำนวนรอบได้เหมาะสม หลังนวดควรพึ่งแดดประมาณ 1-2 แดดจัด
เพื่อให้มีความชื้นไม่เกิน 12%
ต้นทุน / ผลตอบแทน
การปลูกถั่วเขียวหลังนาสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ดังนี้
ต้นทุนการผลิต 800-1,200 บาท/ไร่
ผลผลิตเฉลี่ย 140-200 กิโลกรัม/ไร่
ราคาขาย 12-16 บาท/กิโลกรัม
กำไรสุทธิ 880-2,000 บาท/ไร่